กลุ่มเสี่ยงและสัญญาณเตือนของโรคเบาหวาน

เบาหวาน (Diabetes) เป็นโรคใกล้ตัวเรามาก เมื่อปี 2552 ผลการสำรวจสุขภาพคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ พบไทยป่วยโรคเบาหวานกว่า 3.5 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งคนไทยยังติดหวานมากขึ้น จากอาหารการกินที่หาง่ายขึ้น ของหวานน้ำตาลเพียบ ทำให้กลายเป็นโรคที่ต้องตรวจเช็คเสมอ การเป็นเบาหวานมีความเสี่ยงหลายอย่าง มีภาวะแทรกซ้อนมากมาย อย่าง โรคทางตา หัวใจ ไตวายเรื้อรัง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศจากเบาหวาน และอีกมายมาย

การตรวจสุขภาพปีละ 1-2 ครั้งอาจยังไม่ดีพอ ควรเข้าใจความเสี่ยงและสัญญาณเตือนของเบาหวานมากกว่านี้

กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน

  • อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป
  • มีประวัติครอบครัว เคยป่วยเป็นโรคเบาหวาน
  • เป็นผู้มีน้ำหนักเกิน หรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า 25 ขึ้นไป
  • มีความดันโลหิต หรือมีน้ำตาลในเลือดสูง มีระดับไขมันในเลือดสูง
  • สตรีที่มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือน้ำหนักบุตรแรกคลอดมากกว่า 4 กก.
  • คนที่ไม่ออกกำลังกายเลย
  • คนที่ดื่มสุรา และสูบบุหรี่

สัญญาณบ่งบอกเหตุ ว่ากำลังเป็นเบาหวาน

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง คุณอาจมีอาการดังต่อไปนี้ ที่บ่งชี้ว่าเบาหวานกำลังมาเยือน

  • ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน
  • กระหายน้ำ เนื่องจากสูญเสียน้ำมากจากการปัสสาวะ
  • อ่อนเพลีย และน้ำหนักลดเนื่องจากร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ไม่ได้
  • หิวบ่อย รับประทานอาหารมากขึ้น
  • คันตามตัว เป็นแผล ติดเชื้อได้ง่าย เป็นเชื้อรา ตกขาวบ่อย
  • ตาพร่า เห็นภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อน
  • ขาชาอันเนื่องมาจากปลายประสาทเสื่อม

สิ่งที่ต้องทำคือไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ หรือตรวจหาสาเหตุของอาการดังกล่าว กาดแพทย์ระบุว่าเป็นโรคเบาหวาน ก็ควรรักษาตามอาการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การตรวจโรคเบาหวาน

การตรวจสอบว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ ทำได้โดยการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย และได้ผล การวินิจฉัยโรคเบาหวานนั้นพิจารณาจากเกณฑ์ดังนี้

  • มีระดับน้ำตาลในเลือดขณะงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 8 ชั่วโมง มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • มีอาการของโรคเบาหวาน ร่วมกับระดับน้ำตาลในเลือดเวลาใดก็ตามมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • มีระดับน้ำตาลในเลือด มากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ณ 2 ชั่วโมง ภายหลังทดสอบความทนต่อน้ำตาลกลูโคส 75 กรัมที่รับประทานเข้าไป
  • มีระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c) มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 6.5 ขึ้นไป

ผู้ที่มีอาการดังกล่าวมานั้น หากไม่รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และยังปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน อาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ยิ่งหากคุณมีภาวะน้ำหนักเกิน ไขมันสูงและความดันโลหิตสูง อาจเกิด Prediabetes ภาวะก่อนจะเป็นเบาหวาน ก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อโครงสร้างของรางกาย และการทำงานของหลอดเลือดทำให้ อวัยวะต่าง ๆ ค่อยๆ เสื่อมลง

ถ้าเป็นเบาหวานรักษาอย่างไร ?

การดูแลตัวเองเมื่อป่วยเป็นเบาหวานถือเป็นเรื่องสำคัญและต้องใส่ใจเป็นพิเศษ หากโรคยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ก็สามารถอาศัยการควบคุมอาหาร ลดน้ำหนัก และออกกำลังกายได้

แต่ถ้าเป็นมากขึ้นก็ต้องรับประทานยาควบคู่กันไป หากใช้ยาเม็ดแล้วไม่ได้ผลก็ต้องฉีดอินซูลินเช่นเดียวกับผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่หนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้การฉีดอินซูลินด้วยตนเอง เพราะต้องฉีดเองที่บ้านเป็นประจำทุกวัน

เป้าหมายในการรักษาโรคเบาหวานนั้นอยู่ที่การควบคุมน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต ไขมันในเลือด และน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความมีระเบียบวินัยของผู้ป่วยเองด้วย หากคุณควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ก็จะทำให้ห่างไกลจากภาวะโรคแทรกซ้อน และอาการเบาหวานก็จะทรงตัว ทำให้คุณนั้นมีสุขภาพที่แข็งแรงและอายุที่ยืนยาวได้

วัคซีนในเบาหวาน 
Spread the love

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *