กลุ่มเสี่ยงและสัญญาณเตือนของโรคเบาหวาน

อาการเบาหวาน (Diabetes) เป็นเรื่องที่สังเกตได้ง่าย เพราะเบาหวานเป็นโรคใกล้ตัวเรามาก เมื่อปี 2552 ผลการสำรวจสุขภาพคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ พบไทยป่วยโรคเบาหวานกว่า 3.5 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อีกทั้งคนไทยยังติดหวานมากขึ้น จากอาหารการกินที่หาง่ายขึ้น ของหวานน้ำตาลเพียบ ทำให้กลายเป็นโรคที่ต้องตรวจเช็คเสมอ การเป็นเบาหวานมีความเสี่ยงหลายอย่าง มีภาวะแทรกซ้อนมากมาย อย่าง โรคทางตา หัวใจ ไตวายเรื้อรัง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศจากเบาหวาน และอีกมายมาย

การตรวจสุขภาพปีละ 1-2 ครั้งอาจยังไม่ดีพอ ควรเข้าใจความเสี่ยงและสัญญาณเตือนของเบาหวานมากกว่านี้

ทำความรู้จัก “โรคเบาหวาน”

“เบาหวาน” เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของฮอร์โมนที่ชื่อว่า อินสุลิน (Insulin) ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจำเป็นต้องมีอินสุลิน เพื่อนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะสมองและกล้ามเนื้อ ในภาวะที่อินสุลินมีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นการลดลงของปริมาณอินสุลินในร่างกาย หรือการที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายตอบสนองต่ออินสุลินลดลง (หรือที่เรียกว่า ภาวะดื้ออินสุลิน)

จะทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีปริมาณน้ำตาลคงเหลือในกระแสเลือดมากกว่าปกติ หากน้ำตาลในกระแสเลือดสูงมากขึ้นถึงระดับหนึ่ง จะทำให้ไตซึ่งปกติจะมีหน้าที่ดูดกลับน้ำตาลจากสารที่ถูกกรองจากหน่วยไตไปใช้ ดูดกลับน้ำตาลได้ไม่หมด ส่งผลให้มีน้ำตาลรั่วออกมากับปัสสาวะ จึงเป็นที่มาของคำว่า “โรคเบาหวาน”

หากเราปล่อยไว้ โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงตามมาในที่สุด

กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน

  • อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป
  • มีประวัติครอบครัว เคยป่วยเป็นโรคเบาหวาน
  • เป็นผู้มีน้ำหนักเกิน หรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า 25 ขึ้นไป
  • มีความดันโลหิต หรือมีน้ำตาลในเลือดสูง มีระดับไขมันในเลือดสูง
  • สตรีที่มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือน้ำหนักบุตรแรกคลอดมากกว่า 4 กก.
  • คนที่ไม่ออกกำลังกายเลย
  • คนที่ดื่มสุรา และสูบบุหรี่

อาการเบาหวาน

สัญญาณบ่งบอกเหตุว่าเป็น อาการเบาหวาน

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง คุณอาจมีอาการดังต่อไปนี้ ที่บ่งชี้ว่าเบาหวานกำลังมาเยือน

  • ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน หิวน้ำบ่อย เมื่อระดับน้ำตาลสูงมากกว่า 180 มก./ดล.ร่างกายจะพยายามขับน้ำตาลออกนอกร่างกายโดยการปัสสาวะออกมา ซึ่งทำให้สูญเสียน้ำไปด้วย จึงปัสสาวะบ่อย คอแห้ง หิวน้ำ
  • กระหายน้ำ เนื่องจากสูญเสียน้ำมากจากการปัสสาวะ
  • อ่อนเพลีย และน้ำหนักลดเนื่องจากร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ไม่ได้
  • หิวบ่อย น้ำหนักลด อ่อนเพลีย การที่อินซูลินไม่สามารถนำเอาน้ำตาลกลูโคสไปส่งให้อวัยวะต่างๆใช้เป็นพลังงานได้ ร่างกายจึงพยายามสลายพลังงานออกมาจากไขมันและกล้ามเนื้อออกมาใช้ ทำให้กล้ามเนื้อลีบ จึงมีอาการอ่อนเพลีย หิวบ่อย และน้ำหนักลด
  • คันตามตัวมีการติดเชื้อราง่าย สาเหตุของการคันเกิดขึ้นได้หลายอย่าง เช่น ผิวหนังแห้งเกินไป หรือการอักเสบของผิวหนังซึ่งพบได้บ่อยในผู้เป็นเบาหวาน ตกขาวบ่อย
  • ตาพร่ามัว มีสาเหตุหลายประการ เช่น อาจเป็นสายตาเปลี่ยน (สายตาสั้นลง) เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงและน้ำตาลไปคั่งอยู่ในตาหรือตามัว อาจเกิดจากต้อกระจก หรือจอประสาทตาผิดปกติ จากโรคเบาหวาน
  • ชาปลายมือปลายเท้า หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เนื่องจากน้ำตาลที่สูงนานๆ ทำให้เส้นประสาทเสื่อม การรับความรู้สึกลดลง จึงชาหรือไม่รู้สึกเจ็บปวด ทำให้เกิดแผลที่เท้าตามมา

    อาการเบาหวาน

การตรวจโรคหา อาการเบาหวาน

การตรวจสอบว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ ทำได้โดยการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย และได้ผล การวินิจฉัยโรคเบาหวานนั้นพิจารณาจากเกณฑ์ดังนี้

  • มีระดับน้ำตาลในเลือดขณะงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 8 ชั่วโมง มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • มีอาการของโรคเบาหวาน ร่วมกับระดับน้ำตาลในเลือดเวลาใดก็ตามมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • มีระดับน้ำตาลในเลือด มากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ณ 2 ชั่วโมง ภายหลังทดสอบความทนต่อน้ำตาลกลูโคส 75 กรัมที่รับประทานเข้าไป
  • มีระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c) มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 6.5 ขึ้นไป

ผู้ที่มีอาการดังกล่าวมานั้น หากไม่รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และยังปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน อาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ยิ่งหากคุณมีภาวะน้ำหนักเกิน ไขมันสูงและความดันโลหิตสูง อาจเกิด Prediabetes ภาวะก่อนจะเป็นเบาหวาน ก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อโครงสร้างของรางกาย และการทำงานของหลอดเลือดทำให้ อวัยวะต่าง ๆ ค่อยๆ เสื่อมลง

ถ้าเป็นเบาหวาน จะรักษาอย่างไร ?

การดูแลตัวเองเมื่อป่วยเป็นเบาหวานถือเป็นเรื่องสำคัญและต้องใส่ใจเป็นพิเศษ หากโรคยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ก็สามารถอาศัยการควบคุมอาหาร ลดน้ำหนัก และออกกำลังกายได้

แต่ถ้าเป็นมากขึ้นก็ต้องรับประทานยาควบคู่กันไป หากใช้ยาเม็ดแล้วไม่ได้ผลก็ต้องฉีดอินซูลินเช่นเดียวกับผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่หนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้การฉีดอินซูลินด้วยตนเอง เพราะต้องฉีดเองที่บ้านเป็นประจำทุกวัน

เป้าหมายในการรักษาโรคเบาหวานนั้นอยู่ที่การควบคุมน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต ไขมันในเลือด และน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความมีระเบียบวินัยของผู้ป่วยเองด้วย หากคุณควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ก็จะทำให้ห่างไกลจากภาวะโรคแทรกซ้อน และอาการเบาหวานก็จะทรงตัว ทำให้คุณนั้นมีสุขภาพที่แข็งแรงและอายุที่ยืนยาวได้

อาการของภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน

เมื่อเกิดภาวะเบาหวานเป็นระยะเวลานานและไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามอวัยวะต่างๆ ได้ เช่น

    • ภาวะแทรกซ้อนที่ “ไต”

เมื่อมีภาวะเบาหวานแทรกซ้อนที่ไต จะเกิดอาการ ปัสสาวะเป็นฟอง ตัวบวม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ซีด บางกรณีถ้ามีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นไตวายต้องได้รับการฟอกไตได้

    • ภาวะแทรกซ้อนที่ “หัวใจ”

เบาหวานที่เป็นระยะเวลานานเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บ หน้าอก เหนือยง่าย นอนราบไม่ได้ ขาบวมได้เช่นกัน

    • ภาวะแทรกซ้อนที่ “ตา”

เรียกได้ว่าเป็นอวัยวะที่เกิดโรคแทรกซ้อนของเบาหวานได้บ่อย ซึ่งสามารถแบ่งออกได้หลายระยะ อาการเบาหวานขึ้นตาระยะแรกๆ อาจไม่มีอาการอะไรเลย แต่สามารถตรวจพบโดยการตรวจจอประสาทตา แต่ถ้าเป็นระยะรุนแรงสามารถทำให้ตาสูญเสียการมองเห็นได้

    • ภาวะแทรกซ้อนที่ “เท้า”

ภาวะแผลที่เท้าก็พบบ่อยในโรคเบาหวาน ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจมีแผลเรื้อรัง แผลหายช้า บางรายเป็นแผลลุกลามอย่างรวดเร็ว ถ้ารุนแรงมากอาจถึงขั้นสูญเสียอวัยวะได้

    • ภาวะแทรกซ้อนที่ “เส้นประสาท”

ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานเป็นระยะเวลานานอาจเกิดเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมได้ ซึ่งมักมีอาการ ชา ปลายมือ เท้า   บางรายปวดแสบปวดร้อน เจ็บปวดคล้ายเข็มทิ่มได้

    • ภาวะแทรกซ้อนที่ “สมอง”

เส้นเลือดเลี้ยงสมองก็พบการตีบได้บ่อยในโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ดี ทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

จะเห็นได้ว่า  เบาหวานทำให้เกิดอาการได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่อาการที่เกิดจากระดับน้ำตาลสูงเอง หรืออาการที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน อาการบางอย่างสังเกตพบได้ยากในระยะเริ่มต้น ดังนั้นการเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลในกลุ่มเสี่ยงจึงมีประโยชน์ในการค้นหาโรคเบาหวานได้

วัคซีนในเบาหวาน 
Spread the love

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *