เบาหวานและกระดูกพรุน 👩‍🔬

ช่วงนี้ใกล้สอบแล้วค่ะ มี review น่าอ่านออกมาเต็มไปหมดเลย (สำหรับ fellow อาจจะอ่านไปน้ำตาไหลไป) 
แอดไปเจอ review เรื่อง DM-induced bone fragility ลงใน Nature review ค่ะ เขียนดี 
รูปสวยมว้ากกก อ่านแล้วเลยอยากเล่าให้ฟังกันค่ะ 
สำหรับ resident ที่จะสอบศุกร์นี้ก็น่าจะรู้ว่ายาเบาหวานตัวไหนที่มีผลต่อภาวะกระดูกบางนะคะ 
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีกว่าเบาหวานและภาวะกระดูกพรุนต่างก็เจอได้บ่อย
ส่วนเบาหวานที่พบร่วมกับกระดูกบาง พรุน หัก ก็เจอได้บ่อยเช่นกัน 

ทีนี้มันสัมพันธ์กันยังไง มาดูสรุปกันเลยค่ะ
✍ผู้ป่วยเบาหวานทั้ง 1 และ type 2 มีความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหักที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับคนที่ไม่เป็นเบาหวาน
Type 1 DM – BMD ลดลง จาก low peak bone mass
Type 2 DM – BMD ไม่ลด (หรืออาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย) แต่ bone quality ไม่ดี ทำให้หักง่าย
✍ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมานาน คุมน้ำตาลได้ไม่ดี มี beta cell failure, insulin use เป็นความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหักที่สำคัญ
✍กลไกการเกิดกระดูกหัก ตามรูปที่ 1 อันนี้ fellow ต้องจำนะคะ 
🔹Low bone turnover
🔹Accumulation of AGEs (Advanced Glycation End products) 
🔹Micro- and macro architecture material material damage
🔹กลไกอื่นเช่น Inflammation/ oxidative stress, adipokines alteration, Incretin alteration, WNT dysregulation, increase marrow fat

โดยสรุป รูปแสดงให้เห็นว่า เซลล์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างและดูแลกระดูกของเรามี 3 ชนิดด้วยกันคือ osteoblast, osteoclast และ osteocytes ภาพรวมคือ อะไรที่ทำให้ osteoblast ทำงานได้แย่ลง หรือ osteoclast ทำงานเพิ่มขึ้น จะทำให้กระดูกบางลง

✍ปัจจัยที่ทำให้ osteoblast ทำงานได้แย่ลง ได้แก่ 
🔹การลดลงของ PTH, IGF-1, insulin, amylin, adipokines (leptin, adiponectin)
🔹การเพิ่มขึ้นของ AGEs, reactive oxygen species

✍ปัจจัยที่ทำให้ osteoclast ทำงานได้มากขึ้น ได้แก่
🔹การลดลงของ GIP, GLP-1
🔹การเพิ่มขึ้นของ ROS

👉การมีภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน เช่น neuropathy, retinopathy, nephropathy, sarcopenia และ เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เพิ่มความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม

👉การประเมินความเสี่ยงการเกิดกระดูกหัก โดยใช้ FRAX score จะทำให้ประเมินความเสี่ยงได้น้อยกว่าความเป็นจริง ควรใช้ Adjusted FRAX score หรือ ใส่ secondary cause เป็น rheumatoid arthritis หรือ steroid use นะคะ

👉ยาเบาหวาน ที่มีผลต่อกระดูก (ตารางในรูปที่ 2 นะคะ)
🔹TZDs และ SGLT2 inhibitors โดยเฉพาะ canagliflozin เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหัก ดังนั้นความระมัดระวังในการใช้ยากลุ่มนี้ในคนไข้ที่มีความเสี่ยงค่ะ ยิ่งถ้ากระดูกหักไปแล้ว ไม่แนะนำให้ใช้เลยนะคะ 
🔹ยากลุ่มอื่น ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเท่า 2 กลุ่มด้านบน แต่โดยทั่วไป ยาที่ปลอดภัยต่อกระดูกของเราก็คือ metformin, GLP-1 analogues หรือ DPP4 inhibitors

โชคดีในการสอบนะคะ 

Reference: Nature Reviews Endocrinology 13, 208–219 (2017)
http://www.nature.com/nrendo/journal/v13/n4/full/nrendo.201

Spread the love
  • 2
    Shares

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *