มารู้จัก HbA1c หรือ น้ำตาลสะสมให้ลึกซึ้งกันครับ

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องง่ายๆที่มีความละเอียดอ่อนซ่อนอยู่นะครับ ไม่เฉพาะแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์นะครับ คนไข้เบาหวานควรรู้จักค่าผลเลือดตัวนี้เพื่อประโยชน์ในการดูแลตัวเองให้ดีขึ้นไปอีก

👉🏻ค่า HbA1c เราทราบกันดีว่าเป็นการวัดน้ำตาลที่เกาะอยู่กับเม็ดเลือด โดยวัดค่าออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ (ดูรูปข้างล่างประกอบ เป็นโครงสร้างของ hemoglobin & glucose นะครับ) ค่านี้จะบ่งบอกถึงน้ำตาลเฉลี่ยในช่วง 3 เดือน ระยะเวลาตามอายุขัยของเม็ดเลือดแดง

📌>> ประเด็นน่ารู้ 1 HbA1c ไม่ได้เป็นค่าเฉลี่ยของน้ำตาลในช่วง 3 เดือนแบบตรงไปตรงมา แบบเท่าๆกันทั้ง 3 เดือน เพราะเม็ดเลือดแดงใหม่ๆที่อายุไม่เกิน 30 วัน (day -30 ถึง day 0 เมื่อ day 0 คือวันที่เจาะเลือด) จะถ่วงน้ำหนักค่าเฉลี่ยน้ำตาลมากที่สุด ยิ่งเม็ดเลือดแดงเก่าๆแก่ๆ ยิ่งถ่วงน้ำหนักน้อย จะเห็นว่า ถ้าคนไข้ที่เดิมน้ำตาลสูงมากๆ ถ้าเพิ่งมาตรวจกับเรา แล้วคุมน้ำตาลได้ดี ค่า HbA1c ก็ลดลงได้เร็วครับ ตรวจติดตามแค่เดือนเดียวก็จะเริ่มเห็นผลแล้ว ไม่ต้องอดใจรอจนถึง 3 เดือนก็ได้ครับ

👉🏻เมื่อพูดเป็นเลข HbA1c คนไข้มักจะไม่เข้าใจ ควรจะแปลงเป็นน้ำตาลโดยเฉลี่ยให้คนไข้เข้าใจครับ
วิธีการแปลงเอาจริงๆก็ใช้สูตร
estimated average glucose(mg/dl)= (28.7*HbA1c)-46.7 (จาก paper (Diabetes Care 2008;31:1-6) หรือดูในตารางในรูป ที่ 2 ครับ แต่แอดว่าคงจำกันไม่ไหวครับ 😪
ส่วนตัวเลยใช้สูตรง่ายๆ
HbA1c 6 % น้ำตาลประมาณ 120 mg/dl ทุกหนึ่งหน่วยของHbA1c ที่เพิ่มขึ้นให้บวกน้ำตาลไป 30mg/dl ง่ายๆเลย
7 ประมาณ 150
8 ประมาณ 180
9 ประมาณ 210 and go on and on ง่ายดีมั้ยครับ
บางโรงพยาบาลจะให้ค่า Estimated average Glucose
มาพร้อมกับ HbA1c ซึ่งก็สามารถใช้ได้ทันที ไม่ต้องคำนวณครับ

📌>> ประเด็นน่ารู้ 2 อย่าลืมว่าค่า HbA1c ไม่เท่ากับ fasting glucose ในใบ lab
แต่เป็นผลรวมระหว่าง fasting glucose และ post prandial glucose
เมื่อ HbA1c สูงๆ จะเป็น contribution ของ fasting glucose มากกว่า
ส่วน HbA1c ต่ำๆ จะเป็น contribution ของ post prandial glucose มากกว่า
ดูรูปที่ 1 ในกราฟแท่งสีแดง สีม่วงประกอบนะครับ
ดังนั้นเป็นที่มาของคนไข้ถ้าน้ำตาลแย่ๆ เป้าหมายเราจะเอา fasting glucose ให้ดีก่อน
แต่เมื่อ fasting glucose ดีแล้วแต่ HbA1c ยังไม่สวยงามดังใจเป็นเพราะ post prandial glucose ยังไม่ดี เป็นปัจจัยหลักครับ 😉

👉🏻สุดท้าย ก่อนจะตรวจติดตามน้ำตาลโดยใช้ HbA1c อย่าลืม check false positive และ negative ดังในตารางในรูปนะครับ
ระวังว่าภาวะ anemia ทำให้ค่า HbA1c สูงขึ้นหรือต่ำลงก็ได้ แล้วแต่ประเภทของโรคซีดครับ

📌>> ประเด็นน่ารู้ที่ 3 สุดท้าย การใช้ HbA1c เพื่อวินิจฉัยเบาหวานโดยตัดค่าที่ HbA1c ≥ 6.5% นั้น ต้องใช้เป็น HbA1c ที่ NGSP certified and standardized to the DCCT reference assay (ยกคำพูดมาจาก guideline ทั้งท่อนเลย)และ Point of care A1C ที่ถึงแม้จะได้ NGSP certified ไม่ใช้ในการวินิจฉัยครับ นอกจากนี้ ในเด็ก ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดในการใช้ A1C cut point เดียวกับผู้ใหญ่เพื่อวินิจฉัย DM ครับ

วันนี้พอแค่นี้ก่อน 😀
ไว้วันหลังจะมาเล่าให้ฟังนะครับ ว่าน้ำตาลสะสมที่ใช้ในปัจจุบันนอกจาก HbA1c แล้วมีอะไรบ้าง Have a good day ครับ bye bye 👋🏻✋🏻👋🏻✋🏻✌🏻

ที่มา
Standards of Medical Care in Diabetes 2017. Diabetes care 2017;39
Limitations of A1C Interpretation. South Med J. 2015;108(12):724-729
Diabetes Care 26:881– 885, 2003

รูปภาพจาก 
https://type1diabeater.com/my-hba1c/

วัคซีนในเบาหวาน 
มาทำความรู้จัก GLP-1 analogs กันครับ 
Spread the love

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *